บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

นิยายแปลแนวเกม เรื่อง นักล่าสัตว์อสูรแห่งท้องฟ้า ตอนที่1

Goldyindy
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 - 12:34 น.
38

 นิยายเกมส์

นักล่าสัตว์อสูรแห่งท้องฟ้า


หลังจากยุคสมัยที่สองที่เข้าไปในเกมส์ ก็ได้ถือกำเนิดอาชีพของผู้เล่นที่เรียกอีกอย่างว่า "แวนกาด"ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา กับพวกเขาที่เป็นผู้นำของโลกแห่งเกมส์ นั่นก็คือ ผู้ดำเนินรายการภายในเกมส์ที่ไม่มีทางออกและไม่มีวิธีที่จะตัดแบ่งหัวใจคู่รักที่ร่วมมือกันทำมาได้เลย ผู้เล่นเลเวลระดับสูงเป็นคนลึกลับที่ไม่อาจจะรู้ได้เลยในสายตาผู้เล่น และก็อยู่ในโลกแวนกาดที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแห่งนี้ ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมติงหลิงเป็นคนเก็บข้อความสั้นๆภายในคัมภีร์ลัทธิเต๋าเอาไว้อยู่ในส่วนลึกที่สุด


ตอนที่1 การรวมกันของสถานการณ์แปลกประหลาด

ขณะที่ติงหลิงกำลังมองหาแร่ที่มีเสียงกรุ๊งกริ๊งเป็นเวลาอยู่นานชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งขาทั้งสองของตนได้ตกอยู่ใต้สถานะที่ไร้ความรู้สีกและจิตวิญญาณ นางพยาบาลจึงเข้ามาถามคำหนึ่งด้วยเสียงนุ่มๆว่า “หนูกำลังคิดอะไรอยู่? ”


ติงหลิงหันหลังกลับไป แล้วส่งยิ้มให้กับนางพยาบาลแล้วพูดว่า “ผมกำลังคิดว่าตอนนั้นที่พวกเราตีกันฟาดกันมีคำพูดคำหนึ่งที่เป็นคำพูดที่แรงมากๆว่า ‘ต้องโจมตีมันให้เป็นโรคอัมพาตให้ได้’ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดของคนเก่าคนแก่นี้จะแรงขนาดนี้ที่ตอนนี้โรคอัมพาตมันกลับกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาแล้วในตอนนี้”

ลูกตาดำที่เปล่งประกายแวววาวที่เปรียบดั่งมีดวงดาวคู่หนึ่งที่มีนางพยาบาลครอบครองอยู่ เธอเป็นคนที่มีคิ้วที่สวยงามที่ไม่เหมือนใครและก็ไม่เหมือนกับสาวๆพวกนั้นด้วยและที่สำคัญคือ ไม่เชื่อมั่นในตัวเองเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าถูกโลหะผสมดึงออกมาที่ไม่มีขนคิ้วเป็นภาพ3มิติอีกเลยแม้แต่นิดเดียว และภูเขาที่อยู่ห่างไกลก็ยังเป็นอาวุธโบราณเหมือนกับเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ไม่มีสาวสวยๆแท้ๆไม่มีเลยสักคนเดียว ขนตาของเธอยาวและก็เงยหน้าขึ้นไปมองเล็กน้อย ด้วยความพร้อมที่จะมุ่งไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น แม้แต่หางตาก็ไม่เห็นริ้วรอยเครื่องสำอางกับรอยย่นๆบนในหน้าเลยแม้แต่น้อย


“แต่เดิมแล้ว มันก็มองไม่ออกหรอกว่า ใช่สังคมแบบผสมปนเปจริงๆน่ะหรอ” นางพยาบาลก็ได้ยักคิ้วขึ้นแล้วคุยโอ้อวดด้วยคำสั้นๆด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วตกตะลึงหน่อยๆที่คิดๆดูแล้วว่าในฐานะที่เป็นพยาบาลตรวจรักษาคนหนึ่ง ควรจะต้องมองอะไรให้มากๆในฐานะที่อยู่เบื้องหลังของคนป่วยเหล่านี้สิ “แต่ทว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ยังไม่เคยเห็นน้องชายมาเยี่ยมคนป่วยเหล่านั้นเลย”

“โฮะ โฮะ!” ชื่อของผมคือ ร้าว เป็นคนที่มีจิตใจหดหู่หมดกำลังใจ ส่วนติงหลิงยังคงหัวเราะออกมาเหมือนเดิม “ใช่แล้วที่ผมพูดอยู่ในเกมส์น่ะว่า ตอนนี้คงจะได้เวลาเปิดเกมส์ที่มีชื่อว่า “โลก” ในระบบเบต้าแล้วล่ะสิ?


ฉะนั้นก็เลยมีคำถามหนึ่งคำถามของติงหลิง และทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะนางพยาบาลตัวน้อยที่มีนามว่า หลินซือฟาน คนนี้ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เวลาที่เขากำลังคุยโทรศัพท์แล้วความลับมันจะรั่วไหลออกมาหมดเลยอย่างไม่ตั้งใจ


“โอ้ววว! นายเองก็ให้ความสนใจกับ”โลก”แห่งนี้ด้วยสินะ? เอ๊ะ!ในอนาคตข้างหน้าจะเริ่มเปิดระบบเบต้าแล้วหรอ หนุ่มๆสาวๆในโรงพยาบาลทั้งหมดก็จะต้องมาเลือกชนเผ่าสหพันธ์คาลิมดอร์( Kalimdor) ” หลินซือฟานก็ได้พยักหน้างึกๆแล้วก็อปปี้ระบบข้อมูลเครื่องมือต่างๆลงข้างเตียงอย่างรวดเร็ว

ติงหลิงก็ยิ้มหัวเราะ


มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนั้น เขาได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมในเกมส์ที่มีชื่อว่า “โลก” ที่เปิดทดสอบเป็นระบบสาธารณะ แล้วรายงานผลสรุปการชุมนุมภายใน1วันของวันนั้น


ต่อมาภายหลังนับตั้งแต่เกมส์ออนไลน์เข้าสู่ยุคเสมือนจริง ทัศนคติที่มีต่อโลกที่ใหญ่โตมโหฬารกับติดตั้งเกมส์รวมทั้งสายภาระกิจที่ยุ่งยากซับซ้อน นำไปสู่การค้นหาโครงการจนเจอที่ใหญ่โตมหึมาได้ขนาดนี้ และสำหรับบริษัทที่ค้นคว้าวิจัยที่มีความเชื่อถือและไว้ใจได้เพียงบริษัทเดียวนั้น แต่ก่อนก็ไม่มีวิธีที่ทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้ จึงพาไปที่ลับตาคน พอพวกนั้นจับเห็บได้ก็ฆ่าทิ้งทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก


ดังนั้นเขาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า อาชีพ “แวนกาด( vanguard ) ” ก็จะปรากฏอนุสรณ์ขึ้นมา เหล่าแวนกาดทั้งหลายก็ได้ว่าจ้างโดยบริษัทเกมส์ เนื่องจากได้ค้นพบ bug ที่จะส่งผลกระทบและปริมาณที่ได้รับค่าตอบแทน จนกระทั่งการซื้อขายประสบการณ์ในเกมส์ที่หลากหลายจนได้เข้าไปในเกมส์ล่วงหน้าก่อน ในเวลาเดียวกันนั้นพวกเขาก็เลือกที่จะเก็บรักษาไว้ต่อสาธารณะชน


จนกลายเป็นแวนกาด เพียงแค่มีเงื่อนไขหนึ่งเงื่อนไข นั่นคือ “จะต้องคุ้นเคยกับเกมส์และโปรแกรมให้มากๆที่ไม่สามารถมีอะไรมาเปรียบเทียบได้เลย

ID ของ ติงหลิงมีชื่อว่า “แบล็คแคท” ในโลกแห่งแวนกาด vanguard

……

“ใช่แล้ว เธอรู้ไหมว่า สถานะของเธอเป็นยังไง? ” พยาบาลตัวน้อยดูท่าว่าจะมีความสนใจมากที่ได้พูดคุยกับติงหลิง หรือาจจะพูดได้ว่า เธอยังมีความคิดที่จะดึงเอาติงหลิงเข้าไปเกิดในเกม แต่ยังไงซะการพักฟื้นของไขสันหลังที่โดนพลังดาเมจจนได้รับความเสียหายเป็นขั้นตอนที่ยาวนานไร้จุดหมาย แทนที่จะเอนตัวลงนอนหงายแล้วจ้องมองท้องฟ้าสีครามที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกขาวบริสุทธ์ที่ด้านนอกหน้าต่าง ไม่ดีเท่ากับชื่นชมอยู่ภายในเกมส์ที่เป็นรสชาติของชีวิตทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งบางทีก็ต้องเพิ่มความเร็วในการฟื้นเส้นประสาทคืนสู่สภาพเดิมที่อยู่ในเกมส์อีกด้วยหล่ะ


แล้วรู้หรือไม่ว่าเมื่อสามปีที่ผ่านมานั้น ในโรงพยาบาลแห่งนี้ คนที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ไม่มีความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นที่เป็นอาจารย์ใหญ่ที่เป็นผู้มีชีวิตรอดจากความตายในแต่ละครั้งอ่ะ ใช่แล้วนั่นคือฟื้นขึ้นมาอยู่ในเกมส์ไงล่ะ ใช่ที่เป็นละครสุขนาฏกรรมที่แฝงไปด้วยอารมณ์ขบขัน ร่างกายนั้นก็เป็นร่างที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อยนไหวที่ไม่มีทั้งความรู้สึกใดๆเลยของท่านชายแห่งตระกูลฟู่ คาดไม่ถึงเลยว่าอยู่ในเกมส์แล้วจะพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างแรงได้ และแน่นอนว่าจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ปราฏิหารย์เหนือความคาดหมายที่รุนแรงระดับหนึ่ง

ติงหลิงพยักหน้า งึก งึก ! ช่วงที่กำลังรออะไรอยู่นั้น ประตูห้องคนป่วยก็ถูกเปิดออกมา แพทย์ประจำตัวเขา เดินเข้ามาที่ในฟอร์มที่ใบหน้าที่เอิบอิ่มเต็มไปด้วยความสุข

"ขอแสดงความยินดีกับคุณติงหลิงด้วยครับ คุณผ่านการอนุมัติการทดสอบแล้ว"


ติงหลิงกลับหลังหันแล้วจ้องมองไปด้านหน้าของแพทย์ประจำตัว พยาบาลน้อยบางคนยืนอยู่ในที่เล็กๆแคบๆ ยิ้มแบะๆปากนิดๆ ฟันก็ได้ยืนออกมาให้เห็นทั้งขาวและสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วพูดว่า “ ชนเผ่ามันเป็นยังไงงั้นหรอ? ”


เพียงชั่วพริบตา ตาของพยาบาลตัวน้อยก็สว่างจ้าขึ้นมา แต่ก็ทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว ใจร้อนขึ้นมาทันที และนั่นก็แบ่งออกมาได้ งั้นชื่อที่แบ่งแยกออกมานั่นอ่า เป็นชื่อของนายที่อยู่ในเกมส์ที่อยากจะบอกเธอนะติงหลิง


ติงหลิงหัวเราะ “ ฉันรู้ว่านายไม่ใช่ทูติแห่งสวรรค์”


พยาบาลตัวน้อยก็ตกตะลึงเล็กน้อย พยักหน้างึก งึก! เล็กน้อยดีใจหน้าบาน หมอก็ได้วิ่งตามออกไปทันทีที่ห้องผู้ป่วย มือบางเรียวที่ขาวราวกับประดับอัญมณีที่หรูหราอยู่ที่เอวข้างหลังของเขา แล้วหันไปหาฝ่ายตรงข้ามและทำนิ้วมือเป็นรูป ok


“ฉันไม่ใช่ทูติแห่งสวรรค์……..” บ่นพรึมพรำอยู่ในปาก พยาบาลตัวน้อยก็ได้คิดชื่อตัวละครภายในเกมส์ขึ้นมา ติงหลิงยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงหลับตาลง

----------------


รัฐพันธมิตรเอลีแอ้น (Alliance) ที่ติงหลิงไม่ได้สนใจที่จะไปท้าอย่างตรงไปตรงมาได้ ก็มุ่งไปเลือกชนเผ่าโดยตรง ——— แม้ว่าได้รับจดหมายเชิญให้เข้าร่วมการทดสอบระบบบเบต้าแบบปิด แน่นอนว่าเขาต้องเลือกรัฐพันธมิตรและกลายเป็นหัวหน้าชนเผ่ารัฐคนแรก สปายที่มีจรรยาบรรณศีลธรรมระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่อยู่เมืองหลักของเอลีแอ้น (Alliance)

หลังผ่านไป 1 วินาทีติงหลิงก็ได้กดปุ่มที่ select แต่ทว่าบนใบหน้าของเขามองดูขี้เหร่ น่าเกลียด สีหน้าที่ผิดไปจากปกติ


“สปายหิมะขาวหรอนั่นอ่า! นี่คือผีของเล่นหรอเนี่ย?”

ดูคำแนะนำในจอแสดงผล : “ ท่านเลือกค่ายที่มีจำนวนคนมากเกินไป โปรดเลือกค่ายอื่น หรือบางทีหลัง30วินาทีไปแล้วก็จัดคิวเริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง นับถอยหลัง 29…..”

……

ขณะที่กำลังรอต่อเนื่องกันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงนั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีวิธ๊ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในชนเผ่าเหมือนเดิมได้อีก รัฐพันธมิตรเอลีแอ้น ติงหลิงอยากจะร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาจริงเลย ที่ใช้ชื่อเรียกย่อๆว่า พันธมิตร

“ยุติลงแล้ว เจอกันคราวหน้า แกเป็นศัตรูของฉัน สาวพยาบาลตัวน้อย……”

แสงไฟกระพริบสีขาวผ่านไปแวบเดียว ติงหลิงก็อยากจะร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา


เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่ติงหลิงคนเดียวที่ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตั้งแต่เขาก้าวไปเหยียบที่ผับร้านเหล้า ก็มองเห็นใบรับสมัครเข้ากลุ่ม ในช่วงเวลาที่ ID มีสีสันสวยๆงามๆก็มองเห็นค่ายพวกนั้นได้อย่างชัดเจนเลย ตัวเองรู้สึกว่ายังไม่ได้เอาความโมโหที่ตกลงไปข้างล่างคืนไปเลย “เพื่อชนเผ่า” เป็นชื่อที่ฉลาดมากๆ——“จิตวิญญาณของชนเผ่า” นั่นอ่า มันคืออะไร มีวิธีเดียวที่ผู้เล่นจะออกมาก็คือต้องออกไปเข้าแถวเกิดใหม่ต่อไปที่จะเข้าร่วมกลุ่มสหพันธ์ชนเผ่าหลายๆชนเผ่า ที่ใช้ชื่อเรียกย่อๆว่า ชนเผ่า

ให้เอาบัตรตัวละครของตัวเองแขวนเอาไว้บนบนโรงเตี๊ยมร้านเหล้า ติงหลิงก็ค่อยๆเริ่มลิ้มลองเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ของคนแคระ จึงตัดสินใจเลียนแบบอาหารแต่ละอย่างภายในเกมส์ได้พอๆกับบรรลุเป้าหมายระดับสูงเลยจริงๆ จนถึงสเตจ( Stage )สุดท้ายของเกมส์ ราคาของอาหารมื้อใหญ่ที่ไม่ต่ำกว่างานเลี้ยงโก้หรูหรูหราอลังการในปัจจุบันนั่น


อู๋เฟยก็ไม่ได้อยากจะไปทะเลาะวิวาทนักหรอก ช่วงที่ลิ้มลองในเกมส์นั้นก็ยังไม่ได้ปรากฏโศกนาฏกรรมจากอาการท้องเสียในที่ชุมนุมภายในเกมส์เลย


ซึ่งก็เพราะว่าระบบเบต้าของเกมส์ได้ดำเนินการมาแล้วสามวัน ดังนั้นผู้เล่นของหมู่บ้านมือใหม่กับการที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากันมากอย่างนั้น แต่จากที่จัดแถวค่ายตามหมายเลขชื่อที่สร้างตัวละครออกมา เป็นเพียงแค่อยู่บนทฤษฏีเพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง ในความเป็นจริงแล้ว โรงเตี๊ยมใหญ่อนุญาตให้ผู้เล่นมานั่งเต็มๆอย่างหนาแน่นเต็มไปหมด เสียงตะโกนเรียกที่ทางนี้โผล่ขึ้นทางนั้นก็เงียบหายไปเป็นระลอกที่ทักทายกันต่างๆนานา


ติงหลิงหรี่ตาเล็กน้อย โดยใช้หางตาที่เหลือสังเกตุมองไปที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่นั่งอยู่กับเขาอย่างละเอียด เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ใหญ่และแข็งแรงคนหนึ่ง ที่กำลังแบกโล่ไม้ระดับแรกเริ่มไว้ข้างหลัง ด้ามจับของดาบมือเดียวที่มีสีเงินปรากฏออกมาให้เห็นอยู่ที่ระหว่างเอว แล้วจึงนั่งลงเปิดช่องติดต่อที่อยู่ใกล้ๆในการใช้ส่งข้อความได้ตลอด


ป้องกันการรุกรานจากสัตว์ดุร้ายในจินตนาการที่มีเลเวล 25


ในที่สุดชายทั้งร่างใหญ่และแข็งแรงที่จ้องมองการท่าทีการกระทำของติงหลิงก็ได้หยุดลงแล้ว พอเขาสั่นนิ้วมือ ก็วิ่งนำกาเหล้าที่ดีหนึ่งกามาส่ง npc สาวรับใช้ที่มีรูปร่างเตี้ยม้อต้ออย่างภูมิใจในตัวเอง ชายที่มีร่างสูงใหญ่และแข็งแรงหันหน้าไปมองติงหลิงแล้วราชินีโฮ่วก็ได้พูดออกมาคำหนึ่งว่าให้ใส่ความมั่นใจลงไป

“มือใหม่หรอ?”


ติงหลิงยิ้มพร้อมกับพยักหน้า งึก งึก! ในขณะเดียวกันก็ขมวดคิ้วเล็กหน่อย ยังไม่มีใครเชื้อเชิญเขาให้มารับข้อมูลทีมที่เขาแขวนเอาไว้


ชายที่ร่างใหญ่และแข็งแรงได้สนใจความว่องไวอันเฉียบแหลมถึงอย่างนี้ เขาจึงยื่นมือออกมาด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ ข้ามีนามว่า สิวมู่ เป็นมนุษย์อัศวิน มีอะไรให้ข้าช่วยไหม? ”

ติงหลิงส่ายหัวแล้วพูดว่า “อีกครึ่งชั่วโมงก็จะสร้างหมายเลขชื่อตัวละครแล้ว แต่ไม่มีเงินที่จะจ้าง Paladin ที่มีเลเวลมากกว่า 20 แม้ว่าเจ้ามองเห็นเหล้านี้ที่สร้างความผาสุกให้กับมือใหม่นั้น ยังไงก็ต้องดื่มให้ได้"

ชายที่ร่างสูงใหญ่และแข็งแรงยิ้มหัวเราะแล้วพูดออกไปว่า “ฉันจะพาคุณไปเอง”


“ อาหารกลางวันฟรีหรอ? ”


ฮ่า ฮ่า! เสียงหัวเราะของชายรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรงพูดออกมาว่า “ ฮ่า ฮ่า! ข้าน่ะเป็นผู้ที่มารับช่วงต่อที่เข้ามาใหม่เป็นคนที่สองหรือสามของการชุมนุมแรงงานของพวกเรานะ ตำแหน่งที่อยู่มันไม่น่าพอใจนักจากการรวมกลุ่มเล็กๆนั่นนะ ก็เลยคิดว่าคุณน่าจะเพิ่มหัวหน้าขึ้นมาอีกสักคนหนึ่ง สมาคมของพวกเรายินดีที่จะมาเข้าร่วมในระดับเลเวล10 ก็เลยต้องตามมาลงฉบับสำเนาด้วยกันอีกต่อไปเรื่อยๆ และก็ไม่ยินดีที่กลุ่มพวกเราต้องแยกกันออกไป หนทางข้างหน้าของนายจะไม่ทำให้น้องชายเสียเวลาเป็นอันขาด”


ติงหลิงดีใจมาก แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับสมาคมทั้งหมดที่มาอยู่เป็นระยะเวลาอันยาวนานนั่น ทว่านิสัยตรงไปตรงมาของชายรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรงคนนี้กลับทำให้ติงหลิงเกิดความรู้สึกที่ดีๆ อาหารกลางวันฟรีๆแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ของฟรีๆแบบนี้ไม่กินไม่ได้แล้ว


อัศวินพาลาดิน( Paladin) คนนี้มีนามว่า สิวมู่ เป็นคนที่พูดคุยสนุกและก็พูดเก่งมากๆ เขามองเห็นข้อมูลของทีมราชินีโฮ่วของติงหลิงแล้วถามขึ้น “ปีศาจชั่วร้ายพูดด้วยเสียงกระซิบเบาๆว่า เจ้าน่ะจะไปรับการฝึกเมจิกเชี่ยน( magician ) หรอ? ”


“ป่าวครับ ผมจะเป็นนายพราน” ติงหลิงส่ายหัว ร่างกายของสิวมู่ก็ได้หยุดและยืนขึ้นมา นั่นก็เพราะว่าเขามองเห็นผู้เล่นใหม่สี่ห้าคนที่สิวมู่กำลังแจ้งล่วงหน้ากับฝ่ายตรงข้ามว่า “ผมชอบอาชีพคู่กับสัตว์เลี้ยงมากกว่า”


“ เมจิกเชี่ยน magician ก็เป็นอาชีพที่คู่กับสัตว์เลี้ยงนี่นา ” ไม่เสียดาย เสียใจเลยที่ได้มาโบกไม้โบกมือให้กับผู้เล่นหลายคนที่ได้มาต่อสู่กัน พูดว่า “ น่าเสียดายจริง อาชีพเมจิเชี่ยนของพวกเราที่อยู่ในที่ชุมนุมมากันนี้ค่อนข้างน้อยมากเลย ทั้งปรมาจารย์กับอัศวินมีมากจนล้นตลาด ” ติงหลิงก็ไม่ได้ตอบอะไร แม้ว่าจะต้องฝืนใจเป็นอาชีพเมจิกเชี่ยนก็ตาม ก็คิดว่ามันเป็นอาชีพที่คู่กับสัตว์เลี้ยงมากแล้ว ที่ไหนมีนายพรานนามว่า โซโล ( Solo ) ที่นั่นก็สว่างสดใสขึ้นมางั้นสิ?


ในการเจรจาพูดคุย ผู่เล่นของสมาคมที่มีอยู่ทั้งหมดก็ได้เข้าร่วมกองกำลังทหารสิวมู่เพียงสองสามคนเอง จิตที่บ่งบอกถึงลางร้ายของพวกเขาก็ได้ปรากฏขึ้นมาที่ตราสัญลักษณ์ของสมาคมที่ติดอยู่ตัว ที่ติงหลิงจดบันทึกชื่อของสมาคมอย่างว่องไวว่า จิตวิญญาณแห่งจักรพรรดิมังกร


“ดีเลย ! คนก็ครบแล้ว ข้าพยายามจะพาเจ้าไปถึงระดับเลเวล 10 ในอีก 4 ชั่วโมงให้ได้ ใช่แล้วนั่นมัน….อาวุธโบราณ ที่เป็นลูกตุ้มเหล็กสองลูกที่ติดกับโซ่นี่นา พวกเจ้าสองสามคนพร้อมยังที่จะเลือกอาชีพประเภทไหนดี? ”


ผู้เล่นชายที่เรียกอาวุธโบราณลูกต้มเหล็กสองลูกที่ติดอยู่กับโซ่ที่จะหายไปตลอดกาลยิ้มให้แล้วก็หัวเราะ แล้วพูดออกมาว่า “ผมพร้อมแล้วในการเลือกเป็นนายพราน”


“เลือกปรมาจารย์”

“ตัวละครนักรบ”


เด็กสาวที่มีนามว่า หลิงลั่ว ที่เป็นคนสุดท้ายของ “อาชีพบาทหลวง” ที่สังเกตติงหลิงอย่างละเอียด ได้ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดออกมาว่า “สิวมู่ เป็นพี่ใหญ่ แล้วจะจัดตั้งกลุ่มย่อยของคนนอกกิลล์ยังไงล่ะ?”


สิวมู่ก็ได้ตอบคำถามในคลาสพื้นดินที่8 ติงหลิงจึงแย้งชิงรอยยิ้มเล็กๆน้อยๆนั่นแล้วพูดออกมาว่า “ ไม่ต้องมาสนใจข้า ข้าคิดว่าจะเอาหัวหน้ามาเสริมแล้วตามไปรวมกับพวกเจ้าจนถึงระดับเลเวล 10 จนได้เลย ”


สิวมู่เดินนำหน้าออกไปแล้วก็ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสาร ทีมของเขาบ่นพึมพำในช่องทางการติดต่อถึงกองทัพว่า “ ข้าน่ะ หมายถึงพวกพี่ชายสองสามคนนั่นนะ สัตว์ที่จะใช้ในการเซ่นไหว้ของพวกเจ้าเองก็ไม่สามารถควบคุมได้เลย อีกแปปเดียวก็ต้องเลือกอาชีพเมจิกเชี่ยนอยู่แล้ว? ”

……


และในเมื่อเป็นหัวหน้าทีม ติงหลิงก็ตื่นตัวที่จะมีหัวหน้าทีมตอนที่กำลังตีมอนสเตอร์อยู่ ของที่ตกหล่นลงมาเหมือนกันหมดเขาก็เก็บมันด้วยความโลภ ถ้าหากไม่ใช่ก็ทิ้งมันไปตอนนั้นจนถึนตอนนี้ก็ไม่เคยที่จะอยากได้มัน อาวุธติดตั้งของนายพรานแม้ว่าจะคิดออกมาได้ นายพรานคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงและคนอื่นๆในทีมจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง


คำชื่นชมเพียงคำเดียวของเพื่อนร่วมทีมที่ได้รับสไตล์ในการจัดทำอย่างเงียบๆได้อย่างนี้ การดำรงชีวิตของเขาเป็นการยอมรับคำบ่นที่แสดงความไม่พอใจมากๆของแม่นมที่มีนามว่า หลิงลั่ว ซึ่งเป็นคนต่างถิ่นที่เห็นด้วยแบบเงียบๆโดยไม่ต้องออกเสียงอะไรเลย

ในที่สุดก็ถึงภารกิจอันสุดท้ายของหมู่บ้านมือใหม่ ในที่สุดก็สิ้นสุดลงแล้วในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ประสบการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องกันมาตลอดจนถึงขั้นเสียดสีกัน แต่ติงหลิงก็ได้มอบรางวัลให้กับผู้เล่นมือใหม่ในระดับเลเวล10 แล้วสุดท้ายก็คว้ามาได้ดั่งใจหวัง —— ก็หยิบเอาชื่อคันธนูสีเขียวๆฉูดฉาดเป็นที่น่าจับตามองมากที่หาเปรียบมิได้——เรียงตามดอกสีเดียวกัน


“ดึงเลยสิ” นายพรานที่อยู่ในทีมที่มองเรียงตัวสีเดียวกันในมือของทีมและมองแล้วมองอีกสุดท้ายภารกิจโค่นล้มบอสอันนี้ก็ได้ของที่ดีที่สุดอันเล็กๆสีเขียวมรกตที่ตกลงมาจากบอส ไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวจึงเลือกทำลายก่อนที่จะออกปากพูดเพื่อเตือนสติติงหลิง


อาวุธต่อสู้ของเหล่าผู้เล่นมือใหม่เป็นอาวุธที่ดีที่สุดเลย ก็เลยไม่อยากจะทำลายมันเลย” ติงหลิงนึกแล้วก็คิดว่าสองสามทีมพันธมิตรและทีมอื่นๆน่าจะลุกขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะหยิบกุญแจเล็กจิ๋วขึ้นพวงหนึ่งก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพูดถึงคงวามเป็นมืออาชีพจริงๆแล้ว เขายังไม่ควรเอาความลับไปเปิดเผยความลับภายในเกมต่อสาธารณะชน


“ต่อให้เป็นกุญแจอะไรก็ตาม? ” แล้วก็ยังรู้สึกว่าหญิงสาว ผู้เป็นบาทหลวง มีนามว่า หลิงลั่ว คำสั่งที่ออกมาก็ได้หยุดลงทันทีที่ได้นำทางติงหลิงมา หลิงลั่วจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วได้ทำนายอาวุธของผู้เล่นมือใหม่ไว้


นายพรานก็ได้จ้องมองที่ดวงตาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ไร้เดียงสาก็ได้พูดออกมาว่า “ กุญแจอะไรหรอ? แล้วมันเป็นยังไงล่ะ?


สิวมู่ยิ้มหัวเราะ แล้วเขาก็หยิบจับดาบมือเดียวอย่างช้าๆ แล้วพลิกฝ่ามือกลับเข้าไปที่ข้างๆเอววิเคราะห์แล้วพูดออกมาว่า “ วิชาเทคนิคของแวนกาด คำว่า "กุญแจ" มีความหมายอยุ่ว่า เป็นวิธีการต่างๆและเงื่อนไขที่มีการริเริ่มอย่างฉับพลันในการเรียกใช้เนื้อหาในเกมนั้นที่ยังมิได้เปิดเผยออกมา อาวุธของผู้เล่นมือใหม่……..นั่นก็คือ กูญแจ ที่ยังไม่ได้มีใครเคยใช้มาก่อนเลย แน่นอนว่าจะมีเวลาที่จะซื้อภารกิจบางอย่างที่สามารถทำได้ออกมาทำ "


ติงหลิงยิ้มเล็กยิ้มน้อย แล้วก็ได้ตีความอะไรบางอย่างที่น่าเบื่อรู้สึกว่าไม่อยากจะทำมันเลย เขาจึงแนะนำอาวุธให้กับผู้เล่นฝึกหัดด้วยเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวลว่า “ มีทั้งอาวุธตั้งแต่ระดับ 1 จนถึงระดับ 10 ที่คำชี้แจงที่อธิบายไว้เหมือนๆกันว่า พลังอันลึกลับที่แสงสว่างเปล่งประกายอันแวววาว ”


ฮ่า ฮ่า! สิวมู่หัวเราะเยาะดังมาก แล้วพูดว่า “พลังอันความลึกลับที่อยู่ในเกมมีอยู่ทั่วทุกแห่งหน เหล่าพี่น้องผองและเพื่อนๆอยากจะไปกันแล้วล่ะสิ งั้นตามมาเลย”


“ติงหลิงพยักหน้า งึกๆ! หลังจากที่สิวมู่พูดขอบคุณที่ได้ยาสมุนไพรรักษาโรคไข้หนาวสั่น เนื่องจากเป็นโรค กองทัพก็ได้ทำการถอนตัวเองออกไปด้วยตัวเอง และสิวมู่ก็ได้ดำเนินการพาทั้งสี่คนนี้วิ่งไปที่ทำการไปรษณีย์ ที่จะทำให้เลื่อนขั้นระดับเลเวลอย่างรวดเร็วของพวกเขาที่นำวิธีที่จะทำให้ผ่านการทดสอบการแปรงร่างที่ได้เตรียมตัวมา


พลังอันลึกลับของธนูฝึกหัดนั่นก็คือ…… “กำลังแรงที่มี1ใน10 ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเชื่องเพิ่มระดับสูงขึ้น


                                

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

นิยายแปลแนวเกม เรื่อง นักล่าสัตว์อสูรแห่งท้องฟ้า ตอนที่1

    • รายงานความไม่เหมาะสม